benz 的个人资料~ MY WORLD ~照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
~ MY WORLD ~ |
|||||
|
11月25日 เริ่มมีเสียงเรียกร้อง... อัพต่อๆๆๆ13/06/2002
วันนี้อากาศดีจัง...ตื่นตั้งแต่เช้าแล้วก็ไปนอนต่อ(บ้าป่าว?)
เอาล่ะ!!! หลังจากที่รู้จักกับผมไปพอสมควรแล้ว...
ผมจะมาแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนๆของผมกันบ้างดีกว่า...
กลุ่มของผมนะครับเป็นกลุ่มชายล้วน...
งานอดิเรก คือ การนั่งมองสาว... (อิอิ)
แล้วมานั่งทำการวิจัยจัดอันดับกัน...
โดยจะมีมาตรฐานเฉพาะกลุ่ม เช่น น่ารักดี,ใช้ได้ หรือ เรียบร้อย(แล้ว)... 555+
คนแรกที่ผมภูมิใจเสนอก็คือ สุพัฒน์ หรือ พัฒน์
จิงๆแล้วมันชื่อเล่นว่า Bird แต่มันบอกว่าโหลไม่อยากให้ใครเรียก...
เค้าคนนี้สนิทกับผมมาก เรียนก็เก่งที่สุดในกลุ่ม...
ทั้งๆที่บ้านมันอยู่ตั้งนครปฐม(ไม่รู้ว่ามันเอาเวลาไหนไปอ่านหนังสือ)
นอกจากนั้นพัฒน์ยังเป็นคนที่หน้าตาจัดว่าดีที่สุดในกลุ่ม(หล่อเลือกได้)
จึงไม่แปลกใจเลยว่าเรื่องผู้หญิงนั้นต้องยกให้สุพัฒน์เป็นที่หนึ่ง...
พัฒน์เป็นคนเอาการเอางาน ขยันมาก...
แต่พักหลังนี้มันบ้าการ์ตูน ตอนแรกมันไม่อ่านหรอกกาตงการ์ตูน...
แต่มันได้เพือนที่แสนดีอย่างผม ดึงมันเข้ามาเป็นสาวกชมรมบ้าการ์ตูนจนได้...
แต่ว่าถึงมันจะบ้าการ์ตูนแบบผม มันก็ยังคงไว้ซึ่งความฉลาดอยู่ดี...
มันไม่ค่อยมีเวลาว่างออกไปซื้อการ์ตูนซักเท่าไหร่นัก...
มันจึงให้ผมซื้อให้ แถมยังให้อ่านก่อนอีกด้วย...(ช่างเป็นคนที่มีน้ำใจอะไรเช่นนี้)
แต่ทว่า... โลกมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิด -*-
มันรับซื้อต่อจากผมด้วยราคาโค-ตรมิตรภาพ...
จาก 35 บาท เหลือ 25 บาท !!!
คิดดูนะครับผมอ่านรอบเดียว เสียค่าสึกหรอ 10 บาทแน่ะ...
แต่อย่างว่าอ่ะนะ คำว่า "เอาน่า...เพื่อนกัน" มันค้ำคออยู่...
สุพัฒน์จะเป็นคนที่ไปไหนมาไหนก็ต้องมีข่าวเรื่องหญิงมาให้เพื่อนตื่นเต้นเสมอ...
ก็ตามที่ผมบอกไปแหละว่า มันหน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม...
ยิ่งระยะหลังนี้ มันจะหันเหไปบ้ามือถือแทน...
หลังจากที่มันไปถอยมือถือมาใช้(เพราะหญิงอ่ะแหละ)
เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนที่เราไปแอ่วเหนือมา...
แล้วคุณสุพัฒน์เราไปปิ๊งเด็กเหนือคนนึงครับทั่น...
ก็เลยคุยโทรสับติดต่อกันทางโทรสับบ้าน แต่คุยกันไปนานๆเห็นจะไม่ไหว...
เพราะค่าโทรสับมันพุ่งแซงดัชนีดาวโจนส์ขึ้นไปเกือบแตะที่ 5000 จุด...
นับว่าสูงสุดในรอบปีทีเดียว ดังนั้นมันเลยต้องมีมือถือไว้ติดต่อแทน...
ภายใต้สโลแกน "โทรใกล้ไกลคิดราคาเดียว" พร้อมโปรโมชั่นโทรฟรีกระจาย...
แต่มันก็ไม่นานหรอกครับ เพราะแฟนเก่าหญิงเหนือดันกลับมาคืนดีด้วยซะงั้น...
สุพัฒน์ก็เลยได้ของปลอบจัยเป็นมือถือใหม่แทน... 555+ (สะใจเล็กๆ)
เท่านี้คงพอจะรู้จักสุพัฒน์คร่าวๆแล้วนะคับ...
แต่นอกเหนือจากนั้นนะครับ สุพัฒน์ยังเป็นคนที่จิควิทยาสูงส่งมาก...
ชอบกดดันเพื่อนๆเป็นที่หนึ่ง...
เวลาใครไม่ไปเที่ยวด้วยหรือไม่ว่าง เราจะส่งสุพัฒน์ไปประกบทันที...
ร้อยละ 90 เป้าหมายจะเสร็จตลอด(น่าไปเป็น saleman จิงๆ)
และที่สำคัญที่สุดสุพัฒน์นั้นถือเป็นปรมาจารย์ของผมเอง...
มันสอนผมหลายอย่างเลยครับไม่ว่าจะเป็น เล่นกีต้าร์ แทงสนุ๊ก...
เลยมีการนับถือกันเป็นการส่วนตัว...
วันนี้เล่ามาคนเดียวยาวมั่กๆ...
คนอื่นเอาไว้ต่อวันหลังละกัน... อิอิ
10月20日 อดูด เอ๊ย อดีต (ต่อ)วันเดียวกับเรื่องเมื่อกี้แหละ(12/06/2002)
แต่ตอนนี้ 0.03 หรือ ตี 3 แล้วเฟ้ยยย...!!!
เอาล่ะครับ วิญญาณนักเขียนสิงแล้วครับ เขียนไปตั้งนานแล้ว(2 หน้าเอง)
ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ผม Benz ครับ หลายๆคนอาจะรู้จักผมดี
เพราะเพื่อนผมหลายคนบอกว่าหน้าของผมอ่ะ
คล้ายกับผู้พันแซนเดอร์สหรือลุงเคนของ KFC อ่ะแหละ
ผมรู้ว่าพวกคุณคงจะนึกหน้าของผมออกแล้วช่ายมะ การเรียนเหรอก็แสนจะธรรมดา กีฬาก็มะเด่นอาไร
ทุกอย่าธรรมดาพื้นๆไปหมดครับ เพราะว่าถ้าไม่ธรรมดาก็ต้องพิเศษ เพิ่มเส้น เพิ่มลูกชิ้น... ฮา ฮา !!!
(ขอโทษนะครับถ้าไม่ฮา แต่เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนซักนิด ช่วยอ่านตามด้วยนะครับว่า ฮา ฮา)
นี่แหละครับ ทุกอย่างของผมธรรมดาไปหมด
แต่...ผมเป็นคนอารมณ์ดีนะครับ รักสนุก(สนาน) เข้ากับคนอื่นได้ง่าย(โดยเฉพาะกับสาวๆ) อิอิ
อะไรนะครับ...ได้ยินไม่ค่อยชัด อ๋อ จะถามเรื่องแฟนเหรอครับ...ฉึก!!! (เสียงคำถามแทงใจดำ)
เรื่องแฟนนะครับไม่เคยมีเป็นตัวเป็นตนเหมือนใครเค้าหรอกครับ
มีแต่เป็นนางฟ้าบินไปบินมาในฝันอ่ะครับ(ผมกระดิกหางนั่งมองด้วยแหละ)
ผมอ่ะมะเคยมีแฟนหรอกครับ แต่คนที่ชอบเหรอครับ
โอย...หนังสือเล่มนี้ก็เขียนลงไปไม่หมดหรอกครับ
พอดีว่าผมเป็นคนรัก(คน)สวยรัก(คน)งามน่ะครับ
โดยเฉพาะผู้หญิงแล้วผมจะมีชื่อเล่นหรือฉายาเก๋ๆให้กับสาวๆ
โดยจะเอาไว้ใช้เรียกกันเป็นศัพท์เฉพาะทางอ่ะครับกันเจ้าตัวเค้ารู้ ซึ่งเอาไว้เรียกกันในกลุ่ม
โดยอาจจะตั้งตามสภาพแวดล้อม เช่น น้องแบบสอบถาม
หรือตั้งตามลักษณะพิเศษ เช่น น้อง 29 นิ้ว เป็นต้น (รู้ได้งัยวะ?)
เห็นผมบ้าๆแบบนี้นะครับ ผมเป็นหัวหน้าห้องเชียวนะครับ
ฮั่นแน่! ผมรู้นะว่าคุณคิดอาไรอยู่ อารูหญ่าย ???
หัวหน้าห้องมันยังเป็นซะขนาดนี้ แล้วลูกน้องคงจะ...
เอ่อ...(ทำเสียงแมน)คือว่าผมแบ่งเวลาเป็นน่ะครับ เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่นน่ะครับ
และผมก็รับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างดีที่สุดครับ อ่าเฮ่ย!!! (โคตรเว่อร์เลย)
ผมโกหกไปงั้นแหละครับ ตอนที่ได้รับเลือกมาเป็นหัวหน้าก็ไม่ใช่ได้เลือกกันจริงๆซักกะหน่อย
คือผมเข้าห้องสายเลยต้องนั่งหน้าห้อง รุ่นพี่เค้านึกว่าผมกล้าเห็นนั่งหน้าสุด
ก็เลยเลือกมาให้เป็นหัวหน้าซะงั้น รุ่นพี่บอกให้เป็นไปก่อนแบบว่ารักษาการ
เด๋วหมดเทอมเค้าก็เลือกใหม่กันแล้ว...
ผมเป็นคนเชื่อคนง่ายครับ... ง่ายมาก
จนป่านนี้ผทเรียนปี 4 แล้ว ผมก็ยังเป็นหัวหน้าห้องอยู่เหมือนเดิมอ่ะแหละ
ผมเรียนคณะ รปศ. ครับ งงอ่ะเด้...??? คณะไรว้า
รปศ. = รัฐประศาสนศาสตร์ อ่านว่า รัด-ถะ-ประ-สา-สะ-นะ-สาด
(นี่เป็นข้อสอบข้อนึงด้วยนะครับ ผิดกันครึ่งห้อง)
ตอนที่เลือกคณะนี้ผมไม่ทราบหรอกครับว่าจบแล้วมันจะไปทำงานไรว้า...???
รู้อย่างเดียวละครับ คณะนี้มันเรียน "เลข" น้อยครับเจ้านาย
เลยตกลงปลงจัยเรียนคณะนี้แหละ แต่จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ได้เกลียดเลขเข้าไส้หรอกนะครับ
แต่ผมไม่ชอบมันมากกว่า ผมชอบภาษาครับ แต่พ่อผมอยากให้เรียนวิศวะ
ชีวิตของผมเลยต้องหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปหลายอย่าง แต่สุดท้ายท้ายสุด
"ผมก็ได้มาเรียนคณะที่ผมชอบแล้วล่ะครับ"
ว่าแต่ว่า... จบแล้วมันจะไปเป็นอะไรหว่า...???
วันนี้อารมณ์ดี...จะเล่าอดีตให้ฟัง !!!ก็ตามชื่อเรื่องอ่ะนะ วันนี้อารมณ์ดีจิงๆ...
นั่งอัพ space ที่ที่ทำงาน...
เนื่องจากวันนี้เกือบทุกคนไปสัมมนา ฮุลาฮูล่า ที่พัทยากันหมด...
เหลือเราเป็นเด็กเฝ้าออฟฟิศอยู่ 4 คน...
โอววว...นี่วันเด็กแห่งชาตินี่นา 55+ (แต่มะมีรถถังให้ดูแล้วดิ)
เข้าเรื่องเลยละกัน...
ตามที่สัญญาเอาไว้ว่าจะมาอัพเรื่อง
ที่เคยเขียนไว้ในหนังสือแห่งความทรงจำเล่มนึงไว้...
เคยคิดว่าจะเขียนบ่อยๆนะ...
แต่ทำยังงัยได้ 4 ปีที่ผ่านมาเขียนไปมะถึง 20 หน้าเลย... อิอิ เอาเป็นว่าเริ่มเลยละกันนะ...
ตั้งใจอ่านๆกันด้วยล่ะ...
ปล. เรื่องที่พิมพ์ลงไปอ้างอิงวันเวลาตามที่บอกหัวเรื่องนะ... อิอิ
-----------------------------------------------------------
12/06/2002 <---- (นานมากจิงๆ)
เวลา 23.09 น.
ตามเวลาในมือถือ Orange ของผมที่ได้มาในช่วง "กระแสส้ม" ระบาด
ถึงขนาดว่าต้องไปเข้าคิวรอกันเป็นวันๆ
เฮ้อ!คนเรา อย่าว่าไปเลย... เพราะตัวเองก็ไม่ต่างกับเค้าหรอก
เอาล่ะ!(เข้าเรื่อง) จริงๆแล้วผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะเขียนไอ้เจ้าหนังสือเล่มนี้ทำไม?
แต่ก่อนที่ผมจะคิดตอบปัญหาข้อเมื่อกี้ ผมก็มีคำถามขึ้นมาอีกว่า
"แล้วกรูจะซื้อมันมาทำไม?" แต่คำถามข้อนี้ผมมีคำตอบ...
มันมีอยู่ว่า... มันเป็น project ยักษ์ของผม
ที่ในหัวมีแต่ความเพ้อฝันบวกกับว่าตอนนั้น(ก่อนซื้อ)
เป็นช่วงที่กระเป๋าสตางค์ตุงผิดปกติ ต้องหาทางระบายมันออกไปบ้าง(บ้ารึป่าว?)
และในช่วงเดียวกันนี้ ผมได้ไปเดินเล่นที่ร้าน "แพร่พิทยา" ที่ Central ลาดพร้าว
บังเอิญเหลือบไปเห็นกองหนังสือกองใหญ่กองหนึ่ง
ไม่รู้ว่าตั้งใจโปรโมทหรือขายไม่ออกก็ไม่ทราบ(แต่ในตอนนั้นผมคิดว่ามันโปรโมท)
ลองหยิบมาอ่านดูสักเล่มดีกว่า... (มันมีหลายเล่มครับ... แต่ละเล่มคล้ายกันแต่ชื่อเล่มไม่เหมือนกัน)
พอเปิดอ่านดู โอ้วววว !!! ว้าววว !!! คุณพระช่วย... มันช่างขาวอะไรอย่างนี้(อย่าคิดมากนะครับ)
กระดาษน่ะครับ มันขาวทุกหน้าเลยครับ... ย้ำ! ทุกหน้าครับ
ผมคิดกับตัวเองว่า ทำไมวันนี้(กรู)ซวยจัง หยิบหนังสือจะอ่านยังเป็นเล่มที่ error เลย
ผมก็เลยลองหยิบอีกเล่มขึ้นมาดู โอ้ว!!! ว้าว!!! ขาวเหมือนกัน...อูย...ซี๊ด (บ้าหรือป่าววะ?)
ตอนนี้เองแหละครับ ที่ความคิดว่ากองหนังสือนี้คงไม่ได้โปรโมทแน่ๆจึงแล่นเข้ามาในหัวของผม
แต่อย่างว่าแหละครับตามประสาของคนอารมณ์ศิลปิน...
เนื่องจากว่ามันมีไอเดียวิเศษลึกล้ำแล่นเขามาในสมองของผม
และมันก็สั่งการให้มือของผมหยิบไปวางที่เคาเตอร์และส่งสตางค์ให้คนขายทันที
โอ...ไม่!!! นั่นแหละคราบที่เค้าเรียกกันว่า "อารมณ์ชั่ววูบ"
ที่อาจทำให้ใครบางคนหลงผิด ติดยา...(นอกเรื่องและ)
คุณพนักงานขายที่ร้านก็มองหน้าผม ทำยังกับว่ามันประหลาดมากนักหรือไงที่ผมจะซื้อหนังสือ...
อ๊ะ...ไม่ใช่สิกระดาษเปล่าๆเล่มหนึ่งด้วยราคาเป็นร้อยๆ
ซึ่งผมคิดว่าพอผมซื้อเสร็จแล้วทางร้านมันคงต้องปิดร้านฉลองกันแน่ๆที่ขายได้
แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ ก็บอกแล้วงัยว่าผมมี project ยักษ์ที่ผมเตรียมไว้แล้ว...
นั่นคือ การวาดฝันว่าจะเขียนบรรยายเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวันพร้อมเพลงประกอบลงในหนังสือเปล่าๆเล่มนี้...
เสร็จแล้วก็จะส่งไปให้สาวๆเพื่อบอกถึงความจริงใจ+อุตสาหะ+มานะมานีชูใจ...(บ้าไปและ)
แต่มันก็ "ล่ม" ไม่เป็นท่า อีกทีละกันนะครับ "ล่ม" คือมันกลายเป็นวิมานในอากาศน่ะครับ
ผมสารภาพเลยก็ได้ว่า จริงๆแล้วผมซื้อไอ้เล่มนี้มาตั้งแต่ปีมะโว้นู้นแล้ว...
project นี้ตั้งใจจริงๆว่าจะให้เป็นของขวัญวันเกิดน้องเค้า
แล้วก็เลื่อนมาเป็นวันวาเลนไทน์ แล้วก็ไล่มาทุกเทศกาล ตรุษจีน เช็งเม้ง...(ล้อเล่นน่า)
แต่ถึงยังงัยไอ้เจ้าหนังสือเล่มนี้มันก็ไม่เคยเปื้อนหมึกซักกะที รู้มั๊ยครับทำไม...???
ไม่รู้ล่ะสิท่า... แน่นอนก็ผมยังไม่ทันได้บอกเลยนี่นา
สาเหตุหลักที่ผู้เขียน(กรูเอง)ไม่ยอมเขียนซักกะทีมาจาก
ข้ออ้างแรก คือ หาหมึกดีๆมาเขียนไม่ได้(บ้า chip หาย)
ส่วนข้ออ้างที่สองก็มาจากปัญหาด้านสุขภาพ(ลายมือ)
และข้ออ้างสุดท้าย "เสียดาย" ครับ เหตุผลเหล่านี้มันเป็นข้ออ้างทั้งน้านนน...
จริงๆแล้วมันเป็นเพราะ หนึ่ง ขี้เกียจ สอง ไม่กล้า สาม ไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนอาไร สี่...ห้า...หก...
มันเป็นปัญหาของผมเองทั้งนั้น
จนท้ายที่สุด project ยักษ์ของผมที่เคยไปคุยวาดฝันอวดเพื่อนๆไว้
มันก็กลายร่างเป็นเรือ Titanic นอนอยู่ใต้ทะเลมาตลอด
จนกระทั่งผมเกิดอาการทนไม่ไหว มันเกิดอาการเสียดายที่มะใช่เสีดายของแบบที่กล่าวไปข้างต้น
แต่มันเกิดอาการเสียดายตังต่างหาก เพราะถ้าเก็บไอ้เจ้ากระดาษเปล่าๆไว้แบบนี้
มันก็ไม่ต่างอาไรไปจากกระดาษเช็ดก้นดีๆนี่เอง เราต้องมาเพิ่มคุณค่าของมันหน่อย...
ยังงัยๆ(กรู)ก็ต้องเขียนมันให้ได้ล่ะวะ จะให้มันมานอน "ขาว" ล่อตาล่อใจผมอยู่ได้ยังงัยตั้งหลายเดือน
เลยทนไม่ไหวจัดการ(เขียน)มันซะเลย
ตอนแรกกะว่าจะใช้คำว่า "เปิดบริสุทธิ์" ก็ดูจะฮาร์ดคอร์ไปหน่อยเด๋วเด็กๆมาอ่านมันจะไม่ดี
แล้วพวกที่รับไม่ได้จะหาว่าผมเป็นพวกบ้าโลกีย์
เอาเป็นว่านี่คือจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้
ที่ไม่รู้ว่าจะมีสาระหรือไม่? ประโยชน์อยู่ตรงไหน? และมันเกี่ยวกับอะไรก็ไม่รู้?
เพราะผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนอะไรลงไปดี แต่การเริ่มต้นครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า
สิ่งใดที่เรายังไม่ได้เริ่มต้นลงมือทำ เราจะไปท้อแท้กับมันไปทำไมในเมื่อเรายังไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นอย่างไร
อาจจะงงนะครับ แต่เอาง่ายๆว่า
"ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอว่าเป็นยังงัย อย่าเพิ่งไปท้อใจกับสิ่งที่เรายังไม่เห็นหรือไม่รู้ดีกว่า" (โอวววว...สาระ!!!)
หายากนะครับเนี่ยในหนังสือเล่มนี้
เออ...!!! เกือบลืมบอกไปว่า หนังสือเล่มนี้ไม่มีชื่อนะครับ
เพราะนานาจิตตังต่างคนต่างอ่าน "ตั้งชื่อกันเอาเอง" ครับ
เสรีครับเสรี ประชาธิปไตย ถ้าผมตั้งชื่อไปอาจจะถูกใจซัก 8ใน10
เอาเป็น่วาตั้งชื่อกันเอาเองละกันครับจะได้ถูกใจกันทุกคน...
10月5日 ปัดฝุ่น !!!โอววววววววว...
นับจากวันสุดท้ายที่เข้ามาอัพ blog ก็หลายเดือนอยู่นะเนี่ย...
ตอนนี้ตัวตนคนเดิมกลับมาแข็งแรงแจ่มใส(ที่มะช่ายนามสกุลบรรหาร)ดังเดิมแล้ว...
ช่วงที่ผ่านมาวงล้อชีวิตของผมก็หมุนเวียนไปเรื่อย...
สนุกสนาน ร่าเริง เหงา เศร้า เคล้าน้ำตา drama comedy action <--- เริ่มบ้าไปใหญ่
ให้เล่าทั้งเดือนก็มะมีจบสิ้น...
เอาเป็นว่าจะเล่าอาไรแปลกใหม่เท่าที่นึกออกละกัน...
อย่างแรก...
อืม...
น่าจะเป็นเปลี่ยนที่ทำงานใหม่นะ...
ตอนนี้มาทำงานที่ "การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย" IEAT <--- บางคนอ่าน ไอ-อีท 55+
ตำแหน่งไฮโซเชียว "ผู้ตรวจสอบ 6" นะ...
ทั้งๆที่ตอนเข้าไปสมัครสอบ ยังถามเค้าอยู่เลยว่าจบนี่มาสมัครไรได้บ้างคับ...??? อิอิ
เรื่องที่สองนี่คงจะเป็น...
เรื่องกระแส AF3 ที่ผ่านมา...
กลับบ้านมาต้องมาเปิดดู "น้องมิ้นท์ V5" ตลอดเลย...
กระแสน้องมิ้นท์ฟีเวอร์แรงมาก...
แรงจนฉุดมะอยู่ แรงจนฉุดเอาค่า Vote ไปหลายอยู่เหมือนกัลลล์...
จนทุกวันนี้ยังปรับสภาพคล่องของกระเป๋าตังได้มะเหมือนเดิมเลย... 55+
น้องมิ้นท์ --------> ชนะเลิศ
เรื่องที่สาม คงมะพ้นเรื่องสาวๆเช่นเคย...
นอกจากกระแสน้องมิ้นท์แล้ว...
"น้องต่าย" ชุติมา ทีปะนาถ จากหนัง "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย" (Seasons Change)
ก็มาสร้างกระแสให้ชีวิตกระชุ่มกระชวยได้อีกคน...
ประมาณว่า หายใจเข้ามิ้นท์ หายใจออกต่าย... <--- เป็นเอามาก -*-
เรื่องที่สี่... นึกมะออกและ...
เพราะชีวิตเริ่มจะเป็นวงเวียน วงกลม เป็นลูป...
ประมาณว่า ตื่น ไปทำงาน กลับบ้าน เล่นเน็ท นอน...
ขาดความหวือหวาในชีวิตไปหมด...
สรุปค่าพลังต่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา...
สุขภาพ 80
จิตใจ 100
ความรัก 0
การเงิน -50
วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เลยได้เข้ามาอัพ Space ซักที...
เด๋ววันไหนว่างๆ จะเอาเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้ในหนังสือมาลง Space บ้างดีก่า...
แล้วจะรวบรวมทำหนังสือเลยดีมะ...??? <---- บอกไอ้นี่ให้ตื่นด้วย -*-
ไปล่ะนะ... BubBye !!!
5月8日 วันที่ 8 พฤษภาคม 2549...วันที่ 8 พฤษภาคม 2549...
วันนี้มะมีไรพิเศษมากมายหรอก...
แต่มันจะเป็นวันที่จะจำไว้ขึ้นใจไปตลอดกาล...
เป็นวันที่แสงแห่งความหวังที่เลือนลาง...
ถูกสายลมแห่งความเศร้าพัดเข้ามาแทนที่...
ถามว่ารู้สึกเศร้ามั๊ย...??? เสียใจมั๊ย...???
ตอบว่าไม่คงโกหก...
แต่แปลกดีนะที่ความรู้สึกนั้น...
มันชินชาเกินกว่าจะบอกได้ว่าเศร้าหรือเสียใจ...
มันคงเจอกับเรื่องแบบนี้มาจนชินไปแล้ว...
คนที่มองโลกในแง่ดี เวลาที่ได้รับรู้ว่ามันไม่ดีอย่างที่คิด...
มันจะเจ็บปวดมากกว่าคนอื่น 2 เท่า...
แต่การที่จะมานั่งฟูมฟายกับความเจ็บปวดนั้นๆ...
มันทำร้ายตัวเองปล่าวๆ...
"รับรู้" แล้วก็ต้อง "เรียนรู้"
เรียนรู้เพื่อที่จะได้ไม่ทำร้ายตัวเอง...
.
..
...
....
.....
......
ถึงคุณคนนั้น...
หลังจากวันนี้ไป...
เราคงไม่รบกวนคุณอีกต่อไปแล้ว...
การได้รับรู้แบบนี้ มันก็ดีเหมือนกัน...
มันทำให้เราเลิกคาดหวังในสิ่งที่ลมๆแล้งๆ...
ขอบคุณที่มาพบกัน...
ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกัน...
ขอบคุณในทุกๆสิ่ง...
ขอบคุณ...
*
**
***
****
*****
******
ปล. คนที่ไม่เข้าตา
5月6日 ความคิดที่สวนทาง ระหว่างเธอและฉันคนนึงวิ่งตาม...อีกคนวิ่งหนี
คนนึงฟุ้งซ่าน...อีกคนไม่คิดแถมอึดอัด คนนึงสนใจ ใส่ใจ ดูแล เป็นห่วง...อีกคนไม่เคยรู้สึกว่ามีค่า
คนนึงโทรไปแล้วหาเรื่องคุย...อีกคนรับสายแล้วหาเรื่องวาง
คนนึงอยากเจอนานๆทีก้อยังดี...อีกคนทำงานไม่ว่าง อยากพัก
คนนึงคิดถึงอีกคน...แต่อีกคนแกล้งทำเป็นไม่รับรู้
คนนึงเพิ่งหยุดร้องไห้แล้วโทรหา...อีกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงเปลี่ยนไป
บางครั้งคุณควรคิดย้อนกลับไปถึงคนที่เค้ารักและเป็นห่วงคุณบ้าง
อย่าทำเหมือนความรู้สึกและสิ่งดีๆ
ที่เค้าทำให้คุณไม่มีค่า
ไม่มีความหมายอะไรเลย
อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักคุณ...
ดูแลความรู้สึกของคนข้างๆคุณบ้าง
อย่าให้ความรู้สึกดีๆ ต้องจางหายไป
4月10日 ถึงใครคนนึง...สวัสดีนะคุณ...
ไม่รู้หรอกนะว่าคุณจะได้เข้ามาอ่านหรือป่าว...???
แต่ที่เขียนไว้ ก็เพื่อที่จะบอกกับคุณนะ...
ว่า...
การที่ได้พบเจอกับคุณนั้น เป็นสิ่งดีๆสิ่งหนึ่งในช่วงชีวิตของเรานะ...
คุณคนนั้นที่ดูเข้มแข็ง ร่าเริง อยู่เสมอ...
รอยยิ้มที่สดใส และความเป็นกันเองของคุณ...
ทำให้คนอย่างเรารู้สึกอยากที่จะยิ้มและหัวเราะไปกับคุณ...
แต่ภายใต้ความร่าเริงของเธอนั้น...
แฝงไว้ด้วยความเจ็บช้ำที่เธอพึ่งจะพบมา...
หลายครั้งที่เห็นเธอร้องไห้...
และทุกครั้งก็ทำให้เราเศร้าใจไปด้วย...
การเข้าไปช่วยปลอบเธอนั้น...
เป็นไปตามวิสัยของผู้ชาย VQ ที่เธอให้คำนิยามไว้...
"ผู้ชาย VQ คือผู้ชายที่มีความเป็นผู้หญิงในตัวเองสูง...
แต่ไม่ได้เป็นเกย์ จะมีความเข้าอกเข้าใจผู้หญิงมาก...
ผู้หญิงมักจะเข้ามาปรึกษาอยู่เสมอ มีเพื่อนผู้หญิงเยอะ...
แต่จะไม่มีแฟน..." คำพูดของคุณที่อธิบายเกี่ยวกับผู้ชาย VQ
เราพยายามทำทุกอย่าง และทำทุกทาง...
เพื่อให้คุณนั้นได้ลืมความเจ็บช้ำเก่าๆ...
เพื่อให้คุณนั้นกลับมายิ้มและร่าเริงได้เหมือนเดิม...
คุณทำให้เรานั้นมีความรู้สึกที่จะปกป้องคุณ...
ถึงแม้คุณจะออกตัวว่าคุณเข้มแข็งก็ตาม...
แต่หลายครั้งที่เราเห็นความอ่อนแอในตัวคุณ...
ในที่สุด...
คุณก็กลับมาเป็นคุณคนเดิมได้อีกครั้ง...
คุณที่ร่าเริง สดใส และเติบโตขึ้นจากความรัก...
จำที่เราเคยบอกคุณได้มั๊ย...???
ว่า...
"ถ้าเราลองมองย้อนกลับมาดู สิ่งที่เราเป็นในอดีต...
เราจะรู้สึกตลกกับตัวเอง ที่เป็นไปได้ขนาดนั้น..."
นั่นคือ คำแนะนำสุดท้ายที่ให้คุณไป...
.
..
...
....
.....
ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะไม่มีความจำเป็นต่อไป...
ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันแค่เพียงไม่นาน...
ถึงแม้ว่าคุณจะพบเจอใครใหม่ ในละครชีวิตของคุณ...
เราอยากจะบอกคุณว่า...
"ขอบคุณนะ ที่คุณเข้ามาทำให้ช่วงเวลาช่วงหนึ่งในชีวิตเรา มีความสุข..."
เพียงแค่ช่วงเวลาไม่นานที่รู้จักกับคุณ...
คำว่า "รัก" คงจะเกินไปที่จะบอกกับคุณ...
แต่ความรู้สึกที่เรามีให้คุณนั้น คือ...
ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อคุณ...
อยากให้คุณมีความสุข...
อยากเห็นคุณมีความสุข...
อยากทำให้คุณมีความสุข...
เรา "ชอบ" คุณนะ...
|
||||
|
|